🛠️ วิธีการเลือกซื้อ Surface Panel LED
1.เลือกขนาดและกำลังวัตต์ (Watt) ให้เหมาะกับพื้นที่:
ขนาด 5 นิ้ว (12W): เหมาะสำหรับพื้นที่ขนาดเล็ก เช่น ทางเดิน ห้องน้ำ หรือใช้ติดหลายๆ จุดในห้องนอนเพื่อความนุ่มนวล
ขนาด 8 นิ้ว (18W): ให้ความสว่างสูงกว่า เหมาะสำหรับห้องนั่งเล่น ห้องครัว หรือสำนักงานที่ต้องการแสงสว่างทั่วถึง
2.เลือกสีของแสง (Color Temperature):
Daylight (แสงขาว): ให้ความรู้สึกกระปรี้กระเปร่า เห็นรายละเอียดชัดเจน เหมาะกับห้องทำงาน หรือห้องครัว
Warm White (แสงเหลืองนวล): ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย อบอุ่น เหมาะกับห้องนอนหรือมุมพักผ่อน
3.ตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐาน:
มองหาสัญลักษณ์ มอก. เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน
ดูอายุการใช้งาน (Lifetime) เช่น 25,000 ชั่วโมง และการรับประกัน (เช่น 1 ปี) ตามที่ระบุบนกล่อง
💡 ข้อดีของโคมไฟติดลอย (Surface Panel)
ติดตั้งง่าย : ไม่ต้องเจาะฝ้าเพดานให้ยุ่งยาก เพียงยึดโครงกับเพดานแล้วต่อไฟใช้งานได้ทันที เหมาะมากสำหรับบ้านที่ฝ้าฉาบเรียบหรือพื้นที่ที่ไม่ต้องการทำลายโครงสร้างฝ้า
ดีไซน์บางเบา : รูปทรง Slim ทำให้ดูทันสมัยและกลมกลืนไปกับเพดาน ไม่ดูเทอะทะ
ประหยัดพลังงาน : เทคโนโลยี LED ช่วยประหยัดไฟได้สูงถึง 85% เมื่อเทียบกับหลอดไฟแบบเก่า
ถนอมสายตา : ออกแบบมาให้กระจายแสงได้สม่ำเสมอ ลดการเกิดเงาและอาการตาล้า
⚠️ ข้อควรระวังและการใช้งาน
แรงดันไฟฟ้า: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าใช้กับไฟบ้านระบบ 220-240V ได้โดยตรง (ตามสเปกข้างกล่อง)
การระบายความร้อน : แม้ LED จะความร้อนต่ำ แต่ควรติดตั้งในบริเวณที่อากาศถ่ายเทได้เพื่อให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ภายในมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน
การติดตั้ง : ควรปิดสวิตช์ไฟหรือสะพานไฟก่อนการติดตั้งทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย
🔍 เจาะลึกสเปกเทคนิค (Technical Insights)
นอกจากกำลังวัตต์แล้ว สิ่งที่ช่างไฟหรือผู้เชี่ยวชาญจะดูคือ:
ค่าความสว่าง (Lumen): ในภาพระบุว่ารุ่น 5 นิ้ว ให้ความสว่าง 840 lm และ 8 นิ้ว ให้ 1,440 lm ยิ่งค่าลูเมนสูง แสงยิ่งสว่าง ไม่ใช่ดูแค่จำนวนวัตต์เพียงอย่างเดียว
ค่า RA (Color Rendering Index): โดยทั่วไปควรอยู่ที่ RA > 80 เพื่อให้สีของวัตถุในห้อง (เช่น สีอาหาร สีเสื้อผ้า) ดูสมจริง ไม่ผิดเพี้ยน
มุมกระจายแสง (Beam Angle): โคมประเภท Panel มักมีมุมกระจายแสงที่กว้างประมาณ 120 องศา ทำให้แสงนุ่มนวลกระจายทั่วห้อง ไม่เกิดเงาสะท้อนที่คมเกินไป
📐 วิธีการเลือกขนาดให้เหมาะสมกับความสูงเพดาน
เพดานสูง 2.5 – 2.8 เมตร: เป็นความสูงมาตรฐานบ้านทั่วไป ใช้ขนาด 5 นิ้ว (12W) วางระยะห่างกันประมาณ 1.5 – 2 เมตร จะได้แสงที่พอดี
เพดานสูง 3 เมตรขึ้นไป: แนะนำให้ขยับไปใช้ขนาด 8 นิ้ว (18W) เพื่อให้แสงส่องสว่างถึงพื้นได้เพียงพอ
💡 ข้อได้เปรียบที่มากกว่าแค่ “ไม่ต้องเจาะฝ้า”
แก้ปัญหาฝ้าติดคาน: ในกรณีที่ต้องการติดไฟในจุดที่มีคานปูนอยู่ด้านหลังฝ้า ซึ่งไม่สามารถเจาะโคมฝัง (Recessed) ได้ โคมติดลอยคือทางออกเดียวที่ทำให้ตำแหน่งไฟสวยงามตามแผนเดิม
การซ่อมบำรุงที่ง่ายกว่า: หากโคมเสีย การเปลี่ยนโคมติดลอยทำได้ง่ายเพียงแค่ขันน็อตออก ไม่ต้องกังวลเรื่องขนาดรูเจาะฝ้าที่ไม่เท่ากันเหมือนโคมฝัง
ความปลอดภัยจากสัตว์ไม่พึงประสงค์: โคมติดลอยแบบปิดมิดชิดจะช่วยป้องกันแมลงหรือจิ้งจกเข้าไปตายด้านในโคม ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้โคมไฟลัดวงจร
⚠️ ข้อควรระวังเพิ่มเติมในการติดตั้ง
พื้นผิวที่ติดตั้ง: หากติดบนเพดานปูนโดยตรง ควรใช้พุกพลาสติกที่แข็งแรงเพราะตัวโคมมีความกว้าง หากยึดไม่แน่นโคมอาจเผยอจนดูไม่สวยงาม
Driver ภายใน: โคมประเภทนี้ส่วนใหญ่จะมี Driver อยู่ภายในตัวโคม หากไฟไม่ติดส่วนใหญ่มักเกิดจากตัว Driver เสีย ไม่ใช่เม็ด LED พัง การเลือกยี่ห้อที่มีประกันชัดเจนจึงสำคัญมาก

