การเลือกใช้ ไฟเส้น LED (LED Strip Light) ระหว่างระบบ 12V และ 24V มีความแตกต่างที่สำคัญในเรื่องของประสิทธิภาพและระยะทางการติดตั้ง
- วิธีการเลือก: 12V หรือ 24V ดี?
หลักการเลือกที่ง่ายที่สุดคือดูที่ “ความยาว” ของไฟเส้นที่ต้องการติดตั้งครับ
เลือกใช้ 12V เมื่อ:
- ใช้ติดตั้งในระยะสั้นๆ (ไม่เกิน 5 เมตรต่อเส้น)
- ใช้ในรถยนต์ เรือ หรือระบบโซลาร์เซลล์ขนาดเล็กที่ใช้แบตเตอรี่ 12V โดยตรง
- ต้องการความถี่ในการตัดต่อ (Cut point) ที่สั้นกว่า (เช่น ตัดได้ทุกๆ 2.5 – 5 ซม.) เหมาะกับงานซอกเล็กๆ
เลือกใช้ 24V เมื่อ:
- ต้องการติดตั้งไฟเส้นยาวๆ (5-10 เมตรขึ้นไป) โดยที่ความสว่างยังสม่ำเสมอทั้งเส้น
- ต้องการประสิทธิภาพพลังงานที่ดีกว่าและความร้อนสะสมน้อยกว่า
- งานตกแต่งภายในบ้าน (Built-in) ที่ต้องเดินสายไฟซ่อนในฝ้าหรือตู้
สรุปข้อดีของไฟเส้น LED ระบบ 12V และ 24V แบบเน้นๆ เพื่อให้นำไปสรุปข้อมูลหรือทำคอนเทนต์ต่อได้ง่ายครับ
2.ข้อดีของไฟเส้นระบบ 12V / 24V
✅ ข้อดีของไฟเส้นระบบ 12V
จุดตัดละเอียดกว่า: โดยปกติไฟ 12V จะตัดได้ทุกๆ 2.5 – 5 ซม. เหมาะมากสำหรับงานซอกเล็กๆ หรือพื้นที่ที่ต้องการความแม่นยำสูง
ปลอดภัยต่อผู้ใช้: แรงดันไฟต่ำมาก ไม่เป็นอันตรายหากสัมผัสโดยตรง (Safe to touch) เหมาะกับจุดที่คนเข้าถึงง่าย
ใช้งานร่วมกับแบตเตอรี่ได้ง่าย: สามารถต่อตรงกับแบตเตอรี่รถยนต์ เรือ หรือระบบโซลาร์เซลล์ขนาดเล็กได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านตัวแปลงซับซ้อน
หาซื้อง่าย ราคาประหยัด: อุปกรณ์เสริมและตัวหลอดมีตัวเลือกในตลาดเยอะและราคาเข้าถึงง่ายที่สุด
✅ ข้อดีของไฟเส้นระบบ 24V
ไฟไม่ตก (Less Voltage Drop): สามารถเดินไฟเส้นยาวๆ (5-10 เมตร) ได้โดยที่ความสว่างตั้งแต่ต้นสายจนถึงปลายสายยังคงสว่างเท่ากัน
ความร้อนสะสมน้อยกว่า: เนื่องจากใช้แรงดันสูงขึ้น กระแส (Ampere) จึงน้อยลง ทำให้ความร้อนที่เกิดขึ้นในสายไฟและเม็ด LED ต่ำกว่า ช่วยให้อายุการใช้งานยาวนาน
ประหยัดค่าสายไฟ: เพราะกระแสต่ำ ทำให้สามารถใช้สายไฟที่มีขนาดเล็กลงในการเดินระบบได้โดยไม่เกิดความร้อนสูง
ประสิทธิภาพสูง (Efficiency): เหมาะกับงานติดตั้งระดับมืออาชีพ งานโครงการ หรือไฟซ่อนฝ้าที่ต้องเปิดใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน
- ข้อควรระวังที่สำคัญ (Critical Tips)
1.แรงดันไฟตก (Voltage Drop) : * ระบบ 12V หากต่อยาวเกิน 5 เมตร แสงที่ปลายสายจะเริ่มสลัวกว่าต้นสาย หากต้องการต่อยาวต้องจ่ายไฟเข้า “ทั้งสองหัว” หรือเลือกใช้ 24V แทน
2.การเลือกหม้อแปลง (Power Supply):
- ต้องใช้แรงดันไฟฟ้าที่ ตรงกันเท่านั้น (หลอด 12V ใช้หม้อแปลง 12V / หลอด 24V ใช้หม้อแปลง 24V)
- กำลังวัตต์ (Watt) ของหม้อแปลงควรมากกว่าวัตต์รวมของไฟเส้นประมาณ 20% เพื่อความทนทาน
3.ขนาดสายไฟ: - ไฟแรงดันต่ำ (Low Voltage) อ่อนไหวต่อความต้านทานสายไฟมาก หากใช้ สายไฟเส้นเล็กหรือยาวเกินไป ไฟจะสว่างไม่เต็มที่ 4.ความร้อนและการระบายอากาศ :
ควรติดตั้งไฟเส้นบน อลูมิเนียมโปรไฟล์ (Aluminum Profile) เพื่อช่วยระบายความร้อน ซึ่งจะช่วยยืดอายุการใช้งานของเม็ด LED ไม่ให้เสื่อมสภาพเร็วหรือเปลี่ยนสี
เหตุผลหลักที่เราต้องใช้ หม้อแปลง (LED Driver / Power Supply) ในการติดตั้งไฟเส้น 12V หรือ 24V มีอยู่ 3 เหตุผลสำคัญครับ:
- ปรับแรงดันไฟให้เหมาะสม (Voltage Conversion)
ไฟที่ส่งมาตามปลั๊กไฟบ้านคือ 220V AC (กระแสสลับ) ซึ่งมีแรงดันสูงมาก หากเราเอาไฟเส้น 12V/24V ไปเสียบตรงๆ หลอดจะระเบิดและไหม้ทันที * หม้อแปลงจะทำหน้าที่ “ลดระดับแรงดัน” (Step Down) จาก 220V ให้เหลือ 12V หรือ 24V ตามที่หลอดไฟต้องการ - เปลี่ยนกระแสไฟจาก AC เป็น DC (Rectification)
ไฟบ้านเป็นกระแสสลับ (AC) ซึ่งทิศทางไฟจะวิ่งไปมา แต่เม็ด LED เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องการ กระแสตรง (DC) ที่นิ่งและวิ่งทิศทางเดียว
หม้อแปลงจะเปลี่ยนไฟ AC ให้เป็น DC เพื่อให้เม็ด LED ส่องสว่างได้นิ่ง ไม่กระพริบ และวงจรไม่พังครับ
- ป้องกันและรักษาระดับกระแส (Regulation & Protection)
หม้อแปลงที่ดีจะทำหน้าที่เป็น “ด่านหน้า” ในการรับมือกับไฟบ้านที่ไม่นิ่ง
กรองกระแสไฟ: ช่วยให้ไฟที่จ่ายไปยังหลอด LED เรียบสม่ำเสมอ ช่วยยืดอายุการใช้งานของเม็ด LED ไม่ให้เสื่อมสภาพเร็ว
ระบบความปลอดภัย: หม้อแปลงส่วนใหญ่จะมีระบบตัดไฟอัตโนมัติหากเกิด “ไฟเกิน” (Overload) หรือ “ไฟช็อต” (Short Circuit) ที่ปลายสาย ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดไฟไหม้บ้านครับ
🛠️ ข้อแนะนำในการติดตั้ง (Installation Tips)
ตำแหน่งวางหม้อแปลง : ควรวางในที่ที่ อากาศถ่ายเทได้ดี เพราะหม้อแปลงจะเกิดความร้อนขณะทำงาน หากซ่อนในฝ้าที่ปิดตาย หม้อแปลงจะร้อนจัดและพังเร็ว
ระยะห่างจากไฟเส้น : ไม่ควรวางหม้อแปลงไกลจากไฟเส้นเกินไป (แนะนำไม่เกิน 5-10 เมตร) เพราะยิ่งสายยาว แรงดันจะตก (Voltage Drop) ทำให้ไฟสว่างน้อยลง
การเชื่อมต่อ : * ฝั่งขาเข้า (Input): ต่อกับไฟบ้าน 220V (สาย L และ N)
ฝั่งขาออก (Output) : ต่อกับไฟเส้น (สาย + และ -) ต้องเช็กขั้วให้ถูก ถ้าสลับขั้วไฟจะไม่ติด (แต่ไม่ระเบิดครับ)
⚠️ ข้อควรระวัง “การเลือกขนาดหม้อแปลง”
- ห้ามเลือกหม้อแปลงที่มีวัตต์ (Watt) พอดีกับไฟเส้นเป๊ะๆ เช่น ไฟเส้นใช้ 60W
- ห้ามใช้หม้อแปลง 60W
กฎ 80%: ควรใช้หม้อแปลงที่รับโหลดจริงแค่ประมาณ 80% ของกำลังทั้งหมด เพื่อให้หม้อแปลงมีช่องว่างให้หายใจและไม่ทำงานหนักเกินไปจนไหม้

