หากคุณเผลอไปจับหลอดไฟ LED ที่เปิดทิ้งไว้แล้วรู้สึก “ร้อนจนลวกมือ” หรือสะดุ้ง ต้องบอกว่ามีทั้งส่วนที่ “เป็นเรื่องปกติ” และส่วนที่ “ควรระวังเป็นพิเศษ” ครับ
มาดูรายละเอียดกันว่าความร้อนของ LED เกิดจากอะไร และแค่ไหนที่เรียกว่าอันตราย:
1. ทำไม LED ถึงยังร้อน? (ทั้งที่บอกว่าไฟเย็น)
คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่า LED ไม่มีความร้อนเลย แต่ความจริงคือ:
- ความร้อนจากแผงวงจร: ในขณะที่ตัว “แสง” ของ LED ไม่มีความร้อนอินฟราเรดเหมือนหลอดไส้ แต่ ตัวชิป LED (Diode) และ วงจรขับกระแส (Driver) ภายในหลอดจะเกิดความร้อนสะสมในขณะที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นแสงสว่าง
- การระบายความร้อนที่ฐาน: LED ระบายความร้อนออกทางด้านหลัง (ฐานหลอด) ต่างจากหลอดไส้ที่แผ่ความร้อนออกมาพร้อมแสง ดังนั้นหากคุณจับบริเวณ ฐานหลอด หรือซิงค์ระบายความร้อน (Heatsink) ในขณะที่เปิดไฟอยู่ จะรู้สึกร้อนมากเป็นปกติครับ
2. ร้อนแค่ไหนที่เรียกว่า “ปกติ”?
- อุณหภูมิปกติ: หลอด LED คุณภาพดีที่ทำงานปกติ บริเวณฐานหลอดอาจมีอุณหภูมิสูงได้ถึง 60°C – 80°C ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่ “ลวกมือ” ได้หากสัมผัสนานเกิน 1-2 วินาที แต่ตัวหลอดจะไม่ร้อนจนไหม้หรือระเบิดเหมือนหลอดไฟสมัยก่อน
- การออกแบบ: ผู้ผลิตจึงออกแบบให้ฐานมักทำจากเซรามิกหรืออลูมิเนียมหุ้มพลาสติกเพื่อช่วยระบายความร้อนนี้ออกไป
3. สัญญาณเตือนที่บอกว่า “อันตราย” (ผิดปกติ)
หากหลอดไฟของคุณมีอาการดังต่อไปนี้ แสดงว่าความร้อนนั้นเริ่มไม่ปลอดภัยแล้วครับ:
- มีกลิ่นไหม้หรือควัน: นี่คือสัญญาณชัดเจนว่าวงจรภายในละลายหรือลัดวงจร
- ตัวบอดี้พลาสติกเริ่มเปลี่ยนสีหรือละลาย: แสดงว่าความร้อนสะสมสูงเกินกว่าที่วัสดุจะรับได้ (มักเกิดกับหลอดราคาถูกที่ไม่มีคุณภาพ)
- ไฟกระพริบหรือสว่างติดๆ ดับๆ: เกิดจาก Driver ทนความร้อนไม่ไหวและกำลังจะเสีย
- ร้อนจนพลาสติกกรอบ: หากแตะเบาๆ แล้วพลาสติกหลุดติดมือออกมา แสดงว่าหลอดนั้นหมดสภาพและเสี่ยงต่อไฟไหม้
4. สาเหตุที่ทำให้หลอดร้อนเกินความจำเป็น
- ติดตั้งในโคมปิดมิดชิด: หากนำหลอด LED ไปใส่ในโคมที่ไม่มีช่องระบายอากาศ ความร้อนจะถูกกักเก็บไว้ภายใน ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อยๆ จนหลอดพังไว
- หลอดไม่มีคุณภาพ: หลอดราคาถูกมากมักจะตัดวงจรป้องกันความร้อนออก และใช้ซิงค์ระบายความร้อนที่มีขนาดเล็กเกินไป
- กระแสไฟเกิน: หากระบบไฟในบ้านไม่เสถียร หรือใช้หลอดผิดประเภทกับสวิตช์หรี่ไฟ (Dimmer) ก็จะทำให้เกิดความร้อนสูงผิดปกติ
💡 ข้อแนะนำเพื่อความปลอดภัย
- ห้ามจับหลอดไฟทันทีที่ปิด: ควรทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาทีให้ความร้อนที่ฐานระบายออกไปก่อน
- เลือกโคมให้เหมาะ: หากต้องใช้โคมปิด ควรเลือกหลอด LED ที่ระบุว่าสามารถใช้ในโคมปิดได้ (Enclosed Fixture Rated)
- เลือกแบรนด์ที่เชื่อถือได้: แบรนด์ที่มีมาตรฐาน (มอก.) จะมีระบบตัดไฟเมื่อร้อนจัดและใช้วัสดุทนความร้อนสูง
สรุป: การที่ฐานหลอด LED ร้อนจนลวกมือ “เป็นเรื่องทางฟิสิกส์ปกติ” แต่ถ้ามีกลิ่นไหม้หรือพลาสติกละลาย นั่นคือ “อันตราย” และต้องรีบเปลี่ยนทันทีครับ

