💡 1. ตรวจสอบการรั่วไหลทางกายภาพ (ไฟรั่วจริง)
ไฟรั่วจริง ๆ ในระบบแสงสว่างมักเกิดจากฉนวนสายไฟเก่า ชำรุด หรือการติดตั้งที่ไม่ได้มาตรฐาน ถึงแม้จะเป็นส่วนเล็กน้อย แต่ถ้าเกิดต่อเนื่องนานวันก็ทำให้ค่าไฟพุ่งได้
🛠️ วิธีตรวจสอบไฟรั่วเบื้องต้นด้วยตัวเอง
- สังเกตมิเตอร์ไฟฟ้า (วิธีที่ง่ายที่สุด):
- ขั้นตอน: ปิดสวิตช์เครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดในบ้าน รวมถึงไฟส่องสว่างทุกดวง และถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้ (เช่น ตู้เย็น, แอร์)
- ผลลัพธ์: เดินไปดูที่มิเตอร์หน้าบ้าน หากจานโลหะในมิเตอร์ยัง หมุนอยู่ (หรือตัวเลขดิจิทัลยัง นับเพิ่มขึ้น) แสดงว่ามีกระแสไฟรั่วไหลอยู่ในระบบใดระบบหนึ่งของบ้าน
- ตรวจสอบจุดสัมผัสโลหะ (ด้วยไขควงเช็กไฟ):
- ขั้นตอน: ใช้ไขควงเช็กไฟ (Test Pen) แตะที่ผิวโลหะของโคมไฟที่ติดตั้งถาวร หรือบริเวณสวิตช์ไฟ หากไฟในไขควงสว่างขึ้น แสดงว่าอาจมีกระแสไฟรั่วลงโครงโลหะนั้น ๆ (ควรดำเนินการด้วยความระมัดระวังสูงสุด)
- สังเกตอาการผิดปกติ:
- ไฟกะพริบ: หลอดไฟกะพริบบ่อยหรือไม่สม่ำเสมอ แม้แต่ตอนที่เปิด
- เบรกเกอร์ตัดบ่อย: เบรกเกอร์หลักหรือเบรกเกอร์ย่อยของวงจรแสงสว่างตัดไฟบ่อยกว่าปกติ
- เสียงผิดปกติ: มีเสียงคล้ายไฟช็อต หรือมีรอยไหม้เล็ก ๆ บริเวณสวิตช์หรือเต้าเสียบ
คำแนะนำ: หากสงสัยว่ามีไฟรั่วจริง ๆ ควรรีบติดต่อช่างไฟฟ้าผู้ชำนาญการ เพื่อใช้เครื่องมือเฉพาะทาง เช่น มัลติมิเตอร์ (Multimeter) หรือเครื่องวัดฉนวน (Insulation Tester) ในการตรวจสอบวงจรแสงสว่างโดยละเอียด
⚡ 2. ตรวจสอบจุดรั่วไหลทางการใช้งาน (พลังงานที่สูญเปล่า)
ส่วนใหญ่ของการสูญเปล่าพลังงานในระบบแสงสว่างมักมาจากการใช้เทคโนโลยีที่ไม่เหมาะสม พฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง และการออกแบบที่ผิดพลาด
♻️ การเปลี่ยนเทคโนโลยี (เปลี่ยนเพื่อประหยัด)
| จุดรั่วไหลของพลังงาน | การตรวจสอบและแก้ไข |
| หลอดไฟเก่ากินไฟสูง | ตรวจสอบ: คุณยังใช้ หลอดไส้ (Incandescent) หรือ หลอดฟลูออเรสเซนต์/หลอดตะเกียบรุ่นเก่า อยู่หรือไม่ แก้ไข: เปลี่ยนเป็นหลอด LED ทันที หลอด LED ประหยัดไฟได้มากกว่าหลอดไส้ถึง 80-90% และประหยัดกว่าหลอดฟลูออเรสเซนต์ประมาณ 40% |

บัลลาสต์/สตาร์ทเตอร์เก่า | ตรวจสอบ: โคมไฟฟลูออเรสเซนต์รุ่นเก่าใช้บัลลาสต์แบบขดลวด (Magnetic Ballast) ซึ่งกินไฟส่วนเกิน
แก้ไข: เปลี่ยนไปใช้โคมไฟ LED ที่มีวงจรขับเคลื่อนในตัว หรือเปลี่ยนไปใช้หลอด LED T8/T5 ที่ใช้คู่กับ บัลลาสต์อิเล็กทรอนิกส์ |
| ความสว่างเกินจำเป็น | ตรวจสอบ: ในบางพื้นที่ เช่น ทางเดิน หรือ ห้องเก็บของ ใช้หลอดไฟที่มีกำลังวัตต์สูงเกินไปหรือไม่
แก้ไข: เลือกใช้หลอดไฟที่มี ลูเมน (ความสว่าง) เหมาะสม ไม่จำเป็นต้องใช้หลอดที่มีวัตต์สูงเกินความต้องการของพื้นที่ |
🧭 การปรับพฤติกรรมการใช้งาน (ลดการสูญเปล่า)
| จุดรั่วไหลของพลังงาน | การตรวจสอบและแก้ไข |
| การเปิดทิ้งไว้ | ตรวจสอบ: มีไฟดวงใดถูกเปิดทิ้งไว้ในห้องที่ไม่ใช้งานหรือไม่ (บ่อยที่สุดคือ ห้องน้ำ, โรงรถ, ห้องซักรีด) แก้ไข: ปิดไฟทุกครั้งเมื่อออกจากห้อง หรือติดตั้งสวิตช์ที่มี เซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว (Motion Sensor) ในพื้นที่ที่ไม่จำเป็นต้องเปิดไฟตลอดเวลา |
| การใช้แสงธรรมชาติ | ตรวจสอบ: มีการเปิดไฟตั้งแต่ช่วงกลางวัน ทั้งที่สามารถเปิดผ้าม่านรับแสงธรรมชาติได้หรือไม่ แก้ไข: ใช้แสงธรรมชาติให้มากที่สุด โดยเฉพาะในช่วงกลางวัน จัดโต๊ะทำงานหรือมุมนั่งเล่นให้อยู่ใกล้หน้าต่าง |
| ความสกปรกของโคมไฟ | ตรวจสอบ: โคมไฟ ฝาครอบ หรือโป๊ะไฟ มีฝุ่นเกาะหนาหรือไม่ แก้ไข: หมั่นทำความสะอาดโคมไฟและหลอดไฟ อย่างสม่ำเสมอ เพราะฝุ่นสามารถลดความสว่างของแสงได้ถึง 10-20% ทำให้ต้องเปิดไฟนานขึ้นหรือใช้กำลังวัตต์ที่สูงขึ้น |

